ผาตึ กยิรา อวิเหฐยํ ปรํ
ควรทำแต่ความเจริญ อย่าเบียดเบียนผู้อื่น
วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 150
วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 149
ของมึนเมา ทุกชนิด พิษคล้ายเหล้า
ใครเสพเข้า น่าตำหนิ สติเสีย
เกิดโรคร้าย แรงร้อน กายอ่อนเพลีย
ใครงดเสีย เป็นสุข ไปทุกวัน
ใครเสพเข้า น่าตำหนิ สติเสีย
เกิดโรคร้าย แรงร้อน กายอ่อนเพลีย
ใครงดเสีย เป็นสุข ไปทุกวัน
วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 148
อิณาทานํ ทุกขํ โลเก
การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
ธรรมะ บทที่ 147
คราวพลัดพราก จากญาติ ขาดชีวิต
ถูกพิชิต จองจำ ทำโทษใหญ่
มีสติ คุมจิต เป็นนิตย์ไป
ไม่เสียใจ โศกเศร้า เฝ้าประคอง
ถูกพิชิต จองจำ ทำโทษใหญ่
มีสติ คุมจิต เป็นนิตย์ไป
ไม่เสียใจ โศกเศร้า เฝ้าประคอง
วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 146
อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย
ชนะตนนั่นแหละประเสริฐกว่า
ชนะตนนั่นแหละประเสริฐกว่า
วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 145
การพบเห็น สมณะ ผู้สงบ
แล้วนอบนบ ถามไถ่ ไตรสิกขา
หมั่นฝึกหัด ทุกวัน ด้วยปัญญา
ย่อมชักพา จิตตรง มงคลมี
แล้วนอบนบ ถามไถ่ ไตรสิกขา
หมั่นฝึกหัด ทุกวัน ด้วยปัญญา
ย่อมชักพา จิตตรง มงคลมี
วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 144
ไม่พองลม ก้มหัว เจียมตัวด้วย
มรรยาทสวย นิ่มนวล สิ้นส่วนแข็ง
เหมือนงูพิษ ถอดเขี้ยว หมดเรี่ยวแรง
ยามแถลง นอบน้อม พร้อมใจกาย
มรรยาทสวย นิ่มนวล สิ้นส่วนแข็ง
เหมือนงูพิษ ถอดเขี้ยว หมดเรี่ยวแรง
ยามแถลง นอบน้อม พร้อมใจกาย
ป้ายกำกับ:
งูพิษ,
ถอดเขี้ยว,
นอบน้อม,
พร้อมใจกาย,
ยามแถลง,
หมดเรี่ยวแรง,
เหมือน
วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 143
เปล่งวจี สัจจะ นวลละม่อม
กล่าวเกลี้ยกล่อม ไพเราะ กาลเหมาะสม
เจือประโยชน์ เมตตา ค่านิยม
รื่นอารมณ์ ผู้ฟัง ดังเสียงทอง
กล่าวเกลี้ยกล่อม ไพเราะ กาลเหมาะสม
เจือประโยชน์ เมตตา ค่านิยม
รื่นอารมณ์ ผู้ฟัง ดังเสียงทอง
วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 142
สำรวมจักษุตั้ง อินทรีย์
จิตมั่นกุศลมี ..เปี่ยมล้น
เจริญฌานตัดธุลี ...ทำป่วน วัฏฏา
ตบะฝึกฝนข้น ย่ำซ้ำมัคคญาณ
ฌานยังจิตตื่นตั้ง ดำรง
สติก่ออุเบกขาทรง ...ทั่วพร้อม
ตัดตรึกย่อมหมดลง ..ดับเหตุ กังวล
ความตรึกรำคาญน้อม ดับด้วยจตุตถฌาน
จิตมั่นกุศลมี ..เปี่ยมล้น
เจริญฌานตัดธุลี ...ทำป่วน วัฏฏา
ตบะฝึกฝนข้น ย่ำซ้ำมัคคญาณ
ฌานยังจิตตื่นตั้ง ดำรง
สติก่ออุเบกขาทรง ...ทั่วพร้อม
ตัดตรึกย่อมหมดลง ..ดับเหตุ กังวล
ความตรึกรำคาญน้อม ดับด้วยจตุตถฌาน
วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 140
การสนใจ ใฝ่คว้า หาความรู้
ให้เป็นผู้ แก่เรียน เพียรศึกษา
มีศีลดี สติมั่น เกิดปัญญา
ย่อมนำพา ตัวรอด เป็นยอดดี
ให้เป็นผู้ แก่เรียน เพียรศึกษา
มีศีลดี สติมั่น เกิดปัญญา
ย่อมนำพา ตัวรอด เป็นยอดดี
วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 139
พุทธศาสตร์ มุ่งไป ส่งกระจายศีลธรรม
เกิดคุณธรรม สร้างสรรค์ อุ่นอุรารื่นรมย์
มนุษย์เเสนสุขสม มั่งคงในความดี
เพิ่มพูล บุญราศรี เป็นเส้นทางที่ พาพ้นภัย
เกิดคุณธรรม สร้างสรรค์ อุ่นอุรารื่นรมย์
มนุษย์เเสนสุขสม มั่งคงในความดี
เพิ่มพูล บุญราศรี เป็นเส้นทางที่ พาพ้นภัย
วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 138
ธรรมะเกิดที่ใจ ผ่อนคลายที่วาง
เกิดหทัยสว่าง รุ่งเรือง กระจ่างไป
ดับทุกข์ หมดโศก ดับเชื้อโรค เชื้อร้าย
ตัดภัยวัฏสงสาร เกิดดวงตาเห็นธรรม
เกิดหทัยสว่าง รุ่งเรือง กระจ่างไป
ดับทุกข์ หมดโศก ดับเชื้อโรค เชื้อร้าย
ตัดภัยวัฏสงสาร เกิดดวงตาเห็นธรรม
ป้ายกำกับ:
เกิดดวงตาเห็นธรรม,
เชื้อร้าย,
ดับเชื้อโรค,
ดับทุกข์,
ตัดภัยวัฏสงสาร,
หมดโศก
วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 137
ความไม่ประมาท เป็นบุพนิมิต แห่งองค์มรรค
พึงประจักษ์ แสงเงินทอง จับขอบฟ้า
บ่งบอกกาล ว่าใกล้ ถึงเวลา
ที่สุริยา จะปรากฏ และโคจร
ตรัสเปรียบไว้ ความไม่ประมาท ก็เช่นกัน
ปรากฏใน จิตพลัน มั่นไม่ถอน
จิตตั้งใน ไม่ประมาท อย่างแน่นอน
เป็นบุพนิมิต มาก่อน อริยมรรคา
พึงประจักษ์ แสงเงินทอง จับขอบฟ้า
บ่งบอกกาล ว่าใกล้ ถึงเวลา
ที่สุริยา จะปรากฏ และโคจร
ตรัสเปรียบไว้ ความไม่ประมาท ก็เช่นกัน
ปรากฏใน จิตพลัน มั่นไม่ถอน
จิตตั้งใน ไม่ประมาท อย่างแน่นอน
เป็นบุพนิมิต มาก่อน อริยมรรคา
วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 136
ทั้งกุศล และมวล อกุศลธรรม
ก่อนจะนำ สู่จินตนา อย่าหลงใหล
ต้องพิจารณา ประโยชน์ และโทษไซร้
แม้ธรรมใด ใช่ หรือ ไม่ ต้องไตร่ตรอง
อีกพิจารณา ผู้กล่าวมา นั้นคือใคร
สละไซร้ มวลกิเลส เหตุหม่นหมอง
ใช้ปัญญา พินิจ พิศไตร่ตรอง
จึงนำเข้า มาครอง ในจินตนา
และนี้คีอ ไม่ประมาท อีกประการหนึ่ง
ที่ลึกซื้ง เกินใจ ใช่ปุจฉา
คำตรัสของ พุทธองค์ พระศาสดา
กระบี่ฯ น้อมนำมา ให้สาธุการ
ก่อนจะนำ สู่จินตนา อย่าหลงใหล
ต้องพิจารณา ประโยชน์ และโทษไซร้
แม้ธรรมใด ใช่ หรือ ไม่ ต้องไตร่ตรอง
อีกพิจารณา ผู้กล่าวมา นั้นคือใคร
สละไซร้ มวลกิเลส เหตุหม่นหมอง
ใช้ปัญญา พินิจ พิศไตร่ตรอง
จึงนำเข้า มาครอง ในจินตนา
และนี้คีอ ไม่ประมาท อีกประการหนึ่ง
ที่ลึกซื้ง เกินใจ ใช่ปุจฉา
คำตรัสของ พุทธองค์ พระศาสดา
กระบี่ฯ น้อมนำมา ให้สาธุการ
ป้ายกำกับ:
มวลกิเลส,
ไม่ประมาท,
และนี้คีอ,
สละไซร้,
เหตุหม่นหมอง,
อีกประการหนึ่ง
วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 135
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้นสิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน
คือ แสงเงินแสงทอง
สิ่งที่เป็นเบื้องต้นเป็นนิมิตมาก่อน
เพื่อความบังเกิดแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ
คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฉันนั้นเหมือนกัน
ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
จักทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ภิกษุผู้มีความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสังกัปปะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาวาจา อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมากัมมันตะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาอาชีวะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาวายามะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสติ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล
เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้นสิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน
คือ แสงเงินแสงทอง
สิ่งที่เป็นเบื้องต้นเป็นนิมิตมาก่อน
เพื่อความบังเกิดแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ
คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฉันนั้นเหมือนกัน
ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
จักทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ภิกษุผู้มีความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสังกัปปะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาวาจา อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมากัมมันตะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาอาชีวะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาวายามะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสติ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล
ป้ายกำกับ:
๘,
กระทำ,
ประกอบด้วยองค์,
มากซึ่ง,
ย่อม,
ให้,
อย่างนี้แล,
อริยมรรคอัน
วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 134
ความไม่ประมาท เป็นบุพนิมิต แห่งองค์มรรค
พึงประจักษ์ แสงเงินทอง จับขอบฟ้า
บ่งบอกกาล ว่าใกล้ ถึงเวลา
ที่สุริยา จะปรากฏ และโคจร
ตรัสเปรียบไว้ ความไม่ประมาท ก็เช่นกัน
ปรากฏใน จิตพลัน มั่นไม่ถอน
จิตตั้งใน ไม่ประมาท อย่างแน่นอน
เป็นบุพนิมิต มาก่อน อริยมรรคา
พึงประจักษ์ แสงเงินทอง จับขอบฟ้า
บ่งบอกกาล ว่าใกล้ ถึงเวลา
ที่สุริยา จะปรากฏ และโคจร
ตรัสเปรียบไว้ ความไม่ประมาท ก็เช่นกัน
ปรากฏใน จิตพลัน มั่นไม่ถอน
จิตตั้งใน ไม่ประมาท อย่างแน่นอน
เป็นบุพนิมิต มาก่อน อริยมรรคา
ป้ายกำกับ:
ก็เช่นกัน,
ความไม่ประมาท,
จิตพลัน,
ตรัสเปรียบไว้,
ปรากฏใน,
มั่นไม่ถอน
วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 133
ทั้งกุศล และมวล อกุศลธรรม
ก่อนจะนำ สู่จินตนา อย่าหลงใหล
ต้องพิจารณา ประโยชน์ และโทษไซร้
แม้ธรรมใด ใช่ หรือ ไม่ ต้องไตร่ตรอง
อีกพิจารณา ผู้กล่าวมา นั้นคือใคร
สละไซร้ มวลกิเลส เหตุหม่นหมอง
ใช้ปัญญา พินิจ พิศไตร่ตรอง
จึงนำเข้า มาครอง ในจินตนา
และนี้คีอ ไม่ประมาท อีกประการหนึ่ง
ที่ลึกซื้ง เกินใจ ใช่ปุจฉา
คำตรัสของ พุทธองค์ พระศาสดา
กระบี่ฯ น้อมนำมา ให้สาธุการ
ก่อนจะนำ สู่จินตนา อย่าหลงใหล
ต้องพิจารณา ประโยชน์ และโทษไซร้
แม้ธรรมใด ใช่ หรือ ไม่ ต้องไตร่ตรอง
อีกพิจารณา ผู้กล่าวมา นั้นคือใคร
สละไซร้ มวลกิเลส เหตุหม่นหมอง
ใช้ปัญญา พินิจ พิศไตร่ตรอง
จึงนำเข้า มาครอง ในจินตนา
และนี้คีอ ไม่ประมาท อีกประการหนึ่ง
ที่ลึกซื้ง เกินใจ ใช่ปุจฉา
คำตรัสของ พุทธองค์ พระศาสดา
กระบี่ฯ น้อมนำมา ให้สาธุการ
วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 132
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้นสิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน
คือ แสงเงินแสงทอง
สิ่งที่เป็นเบื้องต้นเป็นนิมิตมาก่อน
เพื่อความบังเกิดแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ
คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฉันนั้นเหมือนกัน
ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
จักทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ภิกษุผู้มีความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสังกัปปะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาวาจา อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมากัมมันตะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาอาชีวะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาวายามะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสติ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้นสิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน
คือ แสงเงินแสงทอง
สิ่งที่เป็นเบื้องต้นเป็นนิมิตมาก่อน
เพื่อความบังเกิดแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ
คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฉันนั้นเหมือนกัน
ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
จักทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ภิกษุผู้มีความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้
ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสังกัปปะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาวาจา อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมากัมมันตะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาอาชีวะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาวายามะ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสติ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท
ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
ป้ายกำกับ:
๘อย่างนี้แล,
กระทำให้มาก,
ซึ่ง,
ด้วยองค์,
ย่อม,
อริยมรรค,
อันประกอบ
วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 131
ความไม่ประมาท เป็นบุพนิมิต แห่งองค์มรรค
พึงประจักษ์ แสงเงินทอง จับขอบฟ้า
บ่งบอกกาล ว่าใกล้ ถึงเวลา
ที่สุริยา จะปรากฏ และโคจร
ตรัสเปรียบไว้ ความไม่ประมาท ก็เช่นกัน
ปรากฏใน จิตพลัน มั่นไม่ถอน
จิตตั้งใน ไม่ประมาท อย่างแน่นอน
เป็นบุพนิมิต มาก่อน อริยมรรคา
พึงประจักษ์ แสงเงินทอง จับขอบฟ้า
บ่งบอกกาล ว่าใกล้ ถึงเวลา
ที่สุริยา จะปรากฏ และโคจร
ตรัสเปรียบไว้ ความไม่ประมาท ก็เช่นกัน
ปรากฏใน จิตพลัน มั่นไม่ถอน
จิตตั้งใน ไม่ประมาท อย่างแน่นอน
เป็นบุพนิมิต มาก่อน อริยมรรคา
ป้ายกำกับ:
ก็,
ความไม่ประมาท,
เช่นกันเป็น,
ตรัสเปรียบไว้,
บุพนิมิต,
มาก่อน
วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 130
เพราะอาศัยคำที่เราได้กล่าวไว้แล้วนั้น
เราจึงได้กล่าวไว้ดังนี้
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย อริยสาวกนั้น
ปราศจากความโลภ ปราศจากความพยาบาท ไม่หลงแล้วอย่างนี้
มีสัมปชัญญะ มีสติมั่นคง
มีใจประกอบด้วยเมตตา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เหมือนกัน
ตามนัยนี้ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอดโลก ทั่วสัตว์ทุกข์เหล่าในที่
ทุกสถาน ด้วยใจอันประกอบด้วยเมตตาอันไพบูลย์ ถึงความเป็นใหญ่ หาประมาณมิได้
ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่
มีใจประกอบด้วยกรุณา ...
มีใจประกอบด้วยมุทิตา ...
มีใจประกอบด้วยอุเบกขาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เหมือนกัน
ตามนัยนี้ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอดโลกทั่วสัตว์ทุกเหล่าในที่
ทุกสถาน ด้วยใจอันประกอบด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ ถึงความเป็นใหญ่หาประโยชน์มิได้
ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่
ฯลฯ
ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้อนี้เป็นอย่างนั้น
ข้าแต่พระสุคต ข้อนี้เป็นอย่างนั้น
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระอริยสาวกนั้น
มีจิตไม่มีเวรอย่างนี้
มีจิตไม่มีความเบียดเบียนอย่างนี้
มีจิตไม่เศร้าหมองอย่างนี้
มีจิตผ่องแผ้วอย่างนี้
ท่านย่อมได้ความอุ่นใจ ๔ ประการในปัจจุบัน
...
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ
ขอพระองค์โปรดทรงจำพวกข้าพระองค์ว่า
เป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป
เราจึงได้กล่าวไว้ดังนี้
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย อริยสาวกนั้น
ปราศจากความโลภ ปราศจากความพยาบาท ไม่หลงแล้วอย่างนี้
มีสัมปชัญญะ มีสติมั่นคง
มีใจประกอบด้วยเมตตา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เหมือนกัน
ตามนัยนี้ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอดโลก ทั่วสัตว์ทุกข์เหล่าในที่
ทุกสถาน ด้วยใจอันประกอบด้วยเมตตาอันไพบูลย์ ถึงความเป็นใหญ่ หาประมาณมิได้
ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่
มีใจประกอบด้วยกรุณา ...
มีใจประกอบด้วยมุทิตา ...
มีใจประกอบด้วยอุเบกขาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ก็เหมือนกัน
ตามนัยนี้ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอดโลกทั่วสัตว์ทุกเหล่าในที่
ทุกสถาน ด้วยใจอันประกอบด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ ถึงความเป็นใหญ่หาประโยชน์มิได้
ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่
ฯลฯ
ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้อนี้เป็นอย่างนั้น
ข้าแต่พระสุคต ข้อนี้เป็นอย่างนั้น
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระอริยสาวกนั้น
มีจิตไม่มีเวรอย่างนี้
มีจิตไม่มีความเบียดเบียนอย่างนี้
มีจิตไม่เศร้าหมองอย่างนี้
มีจิตผ่องแผ้วอย่างนี้
ท่านย่อมได้ความอุ่นใจ ๔ ประการในปัจจุบัน
...
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ
ขอพระองค์โปรดทรงจำพวกข้าพระองค์ว่า
เป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป
ป้ายกำกับ:
ข้าพระองค์,
จำเดิมแต่,
ตลอดชีวิต,
เป็นต้นไป,
เป็นอุบาสก,
ผู้ถึงสรณะ,
วันนี้
วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 129
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย เราได้กล่าวคำใดไว้ว่า
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย มาเถอะท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลาย
อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา
...
อย่าได้ยึดถือโดยนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา
เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า
ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล
ธรรมเหล่านี้มีโทษ
ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้ติเตียน
ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์
เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรละธรรมเหล่านั้นเสีย
เพราะอาศัยคำที่เราได้กล่าวไว้แล้วนั้น
เราจึงได้กล่าวไว้ดังนี้
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย มาเถอะท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลาย
อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา
...
อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่า สมณะนี้เป็นครูของเรา
เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า
ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล
ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ
ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ
ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อสุข
เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
ความไม่โลภเมื่อเกิดขึ้นในภายในบุรุษ
ย่อมเกิดเพื่อประโยชน์หรือเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย มาเถอะท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลาย
อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา
...
อย่าได้ยึดถือโดยนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา
เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า
ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล
ธรรมเหล่านี้มีโทษ
ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้ติเตียน
ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์
เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรละธรรมเหล่านั้นเสีย
เพราะอาศัยคำที่เราได้กล่าวไว้แล้วนั้น
เราจึงได้กล่าวไว้ดังนี้
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย มาเถอะท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลาย
อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา
...
อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่า สมณะนี้เป็นครูของเรา
เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า
ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล
ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ
ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ
ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อสุข
เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
ความไม่โลภเมื่อเกิดขึ้นในภายในบุรุษ
ย่อมเกิดเพื่อประโยชน์หรือเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์
วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 128
ครั้งนั้น ชนกาลามโคตร ชาวเกสปุตตนิคมได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคจนถึงที่ประทับ
บางพวกถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
บางพวกได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค
ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
บางพวกประนมมือไปทางพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
บางพวกประกาศชื่อและ โคตรแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
บางพวกนั่งเฉยๆ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
เมื่อต่างก็นั่งลงเรียบร้อยแล้ว จึงได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า
พระเจ้าข้า มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่งมายังเกสปุตตนิคม
สมณพราหมณ์พวกนั้น พูดประกาศแต่เฉพาะวาทะของตัวเท่านั้น
ส่วนวาทะของผู้อื่นช่วยกันกระทบกระเทียบ ดูหมิ่น พูดกด ทำให้ไม่น่าเชื่อ
พระเจ้าข้า มีสมณพราหมณ์อีกพวกหนึ่งมายังเกสปุตตนิคม ถึงพราหมณ์พวกนั้น
ก็พูดประกาศแต่เฉพาะวาทะของตนเท่านั้น ส่วนวาทะของผู้อื่นช่วยกันกระทบกระเทียบ
ดูหมิ่น พูดกด ทำให้ไม่น่าเชื่อ
พระเจ้าข้า พวกข้าพระองค์ยังมีความเคลือบแคลงสงสัยในสมณพราหมณ์เหล่านั้น
อยู่ทีเดียวว่า ท่านสมณพราหมณ์เหล่านั้น ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย ก็ควรแล้วที่ท่านทั้งหลายจะเคลือบแคลงสงสัย
และท่านทั้งหลายเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในฐานะที่ควรแล้ว
มาเถิดท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลาย
อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา
อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำสืบๆ กันมา
อย่าได้ยึดถือโดยตื่นข่าวว่า ได้ยินอย่างนี้
อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา
อย่าได้ยึดถือโดยเดาเอาเอง
อย่าได้ยึดถือโดยคาดคะเน
อย่าได้ยึดถือโดยความตรึกตามอาการ
อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่าต้องกันกับทิฐิของตัว
อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้
อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา
เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า
ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล
ธรรมเหล่านี้มีโทษ
ธรรมเหล่านี้ผู้รู้ติเตียน
ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์
เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรละธรรมเหล่านั้นเสีย
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
ความโลภ เมื่อเกิดขึ้นในภายในบุรุษ
ย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์หรือเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์
พวกชนกาลามโคตรต่างกราบทูลว่า
เพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์พระเจ้าข้า
บางพวกถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
บางพวกได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค
ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
บางพวกประนมมือไปทางพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
บางพวกประกาศชื่อและ โคตรแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
บางพวกนั่งเฉยๆ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
เมื่อต่างก็นั่งลงเรียบร้อยแล้ว จึงได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า
พระเจ้าข้า มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่งมายังเกสปุตตนิคม
สมณพราหมณ์พวกนั้น พูดประกาศแต่เฉพาะวาทะของตัวเท่านั้น
ส่วนวาทะของผู้อื่นช่วยกันกระทบกระเทียบ ดูหมิ่น พูดกด ทำให้ไม่น่าเชื่อ
พระเจ้าข้า มีสมณพราหมณ์อีกพวกหนึ่งมายังเกสปุตตนิคม ถึงพราหมณ์พวกนั้น
ก็พูดประกาศแต่เฉพาะวาทะของตนเท่านั้น ส่วนวาทะของผู้อื่นช่วยกันกระทบกระเทียบ
ดูหมิ่น พูดกด ทำให้ไม่น่าเชื่อ
พระเจ้าข้า พวกข้าพระองค์ยังมีความเคลือบแคลงสงสัยในสมณพราหมณ์เหล่านั้น
อยู่ทีเดียวว่า ท่านสมณพราหมณ์เหล่านั้น ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย ก็ควรแล้วที่ท่านทั้งหลายจะเคลือบแคลงสงสัย
และท่านทั้งหลายเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในฐานะที่ควรแล้ว
มาเถิดท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลาย
อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา
อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำสืบๆ กันมา
อย่าได้ยึดถือโดยตื่นข่าวว่า ได้ยินอย่างนี้
อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา
อย่าได้ยึดถือโดยเดาเอาเอง
อย่าได้ยึดถือโดยคาดคะเน
อย่าได้ยึดถือโดยความตรึกตามอาการ
อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่าต้องกันกับทิฐิของตัว
อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้
อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา
เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า
ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศล
ธรรมเหล่านี้มีโทษ
ธรรมเหล่านี้ผู้รู้ติเตียน
ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์
เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรละธรรมเหล่านั้นเสีย
ดูกรกาลามชนทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
ความโลภ เมื่อเกิดขึ้นในภายในบุรุษ
ย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์หรือเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์
พวกชนกาลามโคตรต่างกราบทูลว่า
เพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์พระเจ้าข้า
ป้ายกำกับ:
ใคร,
ธรรมเหล่านี้,
บริบูรณ์แล้ว,
เป็น,
เพื่อ,
สมาทาน,
ให้
วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 127
ขอร่วมด้วย กับอชิระ ในไม่ประมาท
เพื่อตัดขาด ความประมาท ที่ชอบสิง
ที่ทำจิต ให้หลงทาง จากความจริง
ไม่เกรงกริ่ง หมู่มาร ตามผลาญเรา
ท่านอชิระ ยก "เกสปุตตสูตร" นั้น
ขอร่วมกัน ให้กระจ่าง ห่างจากเขลา
ชาวกาลมะ เข้าเฝ้าพระ พุทธเจ้า
ได้นำเอา ความจาก สมณะพราหมณ์
ที่ยกเอา วาทะตน ข่มผู้อื่น
ธรรมดาษดื่น ที่ต่างไป อย่าเกรงขาม
มีแต่ธรรม สำนักเรา ที่งดงาม
จงเชื่อตาม ที่เรากล่าว โปรดเข้าใจ
อีกพวกหนึ่ง ที่มา ก็เช่นกัน
วจีนั้น ข่มธรรมอื่น และผลักไส
ธรรมสำนัก ของเรา จึงยิ่งใหญ่
จงรับไว้ ใส่จิต จินตนา
ชาวกาลมะ จึงทูลถาม ความเป็นจริง
ว่าในสิ่ง ที่จริง คือใดหนา
กาลมสูตร จึงได้ กำเนิดมา
ใช่เพียงว่า สิบ ประการ แล้วจบไป
ยังมีบริบทอื่น ที่ได้ตรัส
จึงชอบชัด ใช้ให้เป็น เด่นสดใส
จะขอยก พระสูตรนี้ จากพระไตรฯ
ให้ผู้อ่านได้แจ้งใจ ได้ปัญญา
เพื่อตัดขาด ความประมาท ที่ชอบสิง
ที่ทำจิต ให้หลงทาง จากความจริง
ไม่เกรงกริ่ง หมู่มาร ตามผลาญเรา
ท่านอชิระ ยก "เกสปุตตสูตร" นั้น
ขอร่วมกัน ให้กระจ่าง ห่างจากเขลา
ชาวกาลมะ เข้าเฝ้าพระ พุทธเจ้า
ได้นำเอา ความจาก สมณะพราหมณ์
ที่ยกเอา วาทะตน ข่มผู้อื่น
ธรรมดาษดื่น ที่ต่างไป อย่าเกรงขาม
มีแต่ธรรม สำนักเรา ที่งดงาม
จงเชื่อตาม ที่เรากล่าว โปรดเข้าใจ
อีกพวกหนึ่ง ที่มา ก็เช่นกัน
วจีนั้น ข่มธรรมอื่น และผลักไส
ธรรมสำนัก ของเรา จึงยิ่งใหญ่
จงรับไว้ ใส่จิต จินตนา
ชาวกาลมะ จึงทูลถาม ความเป็นจริง
ว่าในสิ่ง ที่จริง คือใดหนา
กาลมสูตร จึงได้ กำเนิดมา
ใช่เพียงว่า สิบ ประการ แล้วจบไป
ยังมีบริบทอื่น ที่ได้ตรัส
จึงชอบชัด ใช้ให้เป็น เด่นสดใส
จะขอยก พระสูตรนี้ จากพระไตรฯ
ให้ผู้อ่านได้แจ้งใจ ได้ปัญญา
ป้ายกำกับ:
ขอยก,
จะ,
แจ้งใจ,
ได้,
ปัญญา,
ผู้อ่านได้,
พระไตร,
พระสูตรนี้จาก,
ให้
วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 126
กัลยาณมิตรามีหมวดหนึ่งอย่าพึ่งประะมาท
เกสปุตติสูตร ที่ทรงตรัสขัดเขล่าเผ่ากาละมะ
ที่หลงอธิโมกข์นิยามไกลในอรรถะ ยึดธรรมะเป็นครูเชื่อผู้นำ
บัญญัติมีองค์ครบนำมาทำนบน้อม อย่าให้ค้อมไปทางใดไม่ ถะ-หลำ
อินทรีย์แฝงแอบ ถะ-ไหลไปทุกวัน ความระเริ่งในธาตุสรรค์จะพันทาง
เกสปุตติสูตร ที่ทรงตรัสขัดเขล่าเผ่ากาละมะ
ที่หลงอธิโมกข์นิยามไกลในอรรถะ ยึดธรรมะเป็นครูเชื่อผู้นำ
บัญญัติมีองค์ครบนำมาทำนบน้อม อย่าให้ค้อมไปทางใดไม่ ถะ-หลำ
อินทรีย์แฝงแอบ ถะ-ไหลไปทุกวัน ความระเริ่งในธาตุสรรค์จะพันทาง
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 125
ผู้ใดแล พึงสะกดความโกรธที่พลุ่งขึ้น
เหมือนคนห้ามรถที่กำลังแล่นไปได้
เราเรียกผู้นั้นว่า "สารถี"
ส่วนคนนอกนี้เป็นเพียงผู้ถือเชือก
เหมือนคนห้ามรถที่กำลังแล่นไปได้
เราเรียกผู้นั้นว่า "สารถี"
ส่วนคนนอกนี้เป็นเพียงผู้ถือเชือก
วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 124
บุคคลพึงละความโกรธ,
สละความถือตัว,
ล่วงสังโยชน์ ทั้งสิ้นได้
ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ตกต้องบุคคลนั้น
ผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล
สละความถือตัว,
ล่วงสังโยชน์ ทั้งสิ้นได้
ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ตกต้องบุคคลนั้น
ผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล
ป้ายกำกับ:
กิเลสเครื่องกังวล,
ทั้งสิ้นได้,
นามรูป,
ผู้,
ไม่ข้องใน,
ไม่มี,
ล่วงสังโยชน์
วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 123
ความถือตัว ยึดมานะ มิละไว้
อีกความโกรธ เข้าสิงใส่ ในตัณหา
จิตติดข้อง ทั้งนามรูป ลูบกายา
มวลกิเลส นานา เข้าโรมรัน
แม้ผู้ใด ละได้ ในความโกรธ
ละสังโยชน์ ดั่งละโทษ มานะ นั่น
สักกายะ ทิฏฐิผละ ละโดยพลัน
ทุกข์ โศกศัลย์ ไม่มาเยือน และเลือนไป
อีกความโกรธ เข้าสิงใส่ ในตัณหา
จิตติดข้อง ทั้งนามรูป ลูบกายา
มวลกิเลส นานา เข้าโรมรัน
แม้ผู้ใด ละได้ ในความโกรธ
ละสังโยชน์ ดั่งละโทษ มานะ นั่น
สักกายะ ทิฏฐิผละ ละโดยพลัน
ทุกข์ โศกศัลย์ ไม่มาเยือน และเลือนไป
วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 122
ผู้ใดประทุษร้ายต่อคนผู้ไม่ประทุษร้าย
ซึ่งเป็นผู้หมดจด ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องยั่วยวน
บาปย่อมกลับสนองผู้นั้น ผู้เป็นพาลนั่นเอง
เปรียบเหมือยธุลีอันละเอียด
ที่บุคคลซัดไปสู่ที่ทวนลม ฉะนั้น
เจริญในธรรมครับ
ซึ่งเป็นผู้หมดจด ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องยั่วยวน
บาปย่อมกลับสนองผู้นั้น ผู้เป็นพาลนั่นเอง
เปรียบเหมือยธุลีอันละเอียด
ที่บุคคลซัดไปสู่ที่ทวนลม ฉะนั้น
เจริญในธรรมครับ
วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 121
พราหมณ์ภารทวาชโคตรทูลถามเป็นคาถาว่า
บุคคลฆ่าอะไรได้ ย่อมนอนเป็นสุข
ฆ่าอะไรได้ ย่อมไม่เศร้าโศรก
ข้าแต่พระโคดม
พระองค์ย่อมชอบใจการฆ่าธรรมอะไรเป็นธรรมอันเอก ???
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
บุคคลฆ่าความโกรธได้ ย่อมนอนเป็นสุข
ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก
ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ย่อมสรรเสริญการฆ่าความโกรธ
อันมีรากเป็นพิษ มียอดหวาน
เพราะว่าบุคคลฆ่าความโกรธนั้นได้แล้ว
ย่อมไม่เศร้าโศก
เจริญในธรรมครับ
บุคคลฆ่าอะไรได้ ย่อมนอนเป็นสุข
ฆ่าอะไรได้ ย่อมไม่เศร้าโศรก
ข้าแต่พระโคดม
พระองค์ย่อมชอบใจการฆ่าธรรมอะไรเป็นธรรมอันเอก ???
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
บุคคลฆ่าความโกรธได้ ย่อมนอนเป็นสุข
ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก
ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ย่อมสรรเสริญการฆ่าความโกรธ
อันมีรากเป็นพิษ มียอดหวาน
เพราะว่าบุคคลฆ่าความโกรธนั้นได้แล้ว
ย่อมไม่เศร้าโศก
เจริญในธรรมครับ
วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ธรรมะ บทที่ 120
ผู้ไม่โกรธ ฝึกตนดีแล้ว
มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอ
หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้ชอบ
สงบ คงที่อยุ่
ความโกรธจักมีมาแต่ที่ไหน
ผู้ใดโกรธตอบบุคคลที่โกรธแล้ว
ผู้นั้นเป็นผู้ลามก กว่าบุคคลนั้นนั่นแหละ
เพราะการโกรธตอบนั้น
บุคคลไม่โกรธตอบบุคคลผู้โกรธแล้ว
ชื่อว่าย่อมชนะสงคราม
อันบุคคลทั้งหลายชนะได้โดยยาก
ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธแล้ว
เป็นผู้มีสติสงบเสียได้
ผู้นั้นย่อมชื่อว่า
ประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย
คือแก่ตนและบุคคลอื่น
เมื่อผู้นั้นรักษาประโยชน์อยู่ทั้งสองฝ่าย
คือของตนและของผู้อื่นอยู่
ชนทั้งหลายผู้ไม่ฉลาดในธรรม
ย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่าเป็นคนเขลา
แต่พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ย่อมสรรเสริญบุคคลนั้น
ว่าเป็นบัณฑิตโดยแท้.
มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอ
หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้ชอบ
สงบ คงที่อยุ่
ความโกรธจักมีมาแต่ที่ไหน
ผู้ใดโกรธตอบบุคคลที่โกรธแล้ว
ผู้นั้นเป็นผู้ลามก กว่าบุคคลนั้นนั่นแหละ
เพราะการโกรธตอบนั้น
บุคคลไม่โกรธตอบบุคคลผู้โกรธแล้ว
ชื่อว่าย่อมชนะสงคราม
อันบุคคลทั้งหลายชนะได้โดยยาก
ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธแล้ว
เป็นผู้มีสติสงบเสียได้
ผู้นั้นย่อมชื่อว่า
ประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย
คือแก่ตนและบุคคลอื่น
เมื่อผู้นั้นรักษาประโยชน์อยู่ทั้งสองฝ่าย
คือของตนและของผู้อื่นอยู่
ชนทั้งหลายผู้ไม่ฉลาดในธรรม
ย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่าเป็นคนเขลา
แต่พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ย่อมสรรเสริญบุคคลนั้น
ว่าเป็นบัณฑิตโดยแท้.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)